บริการปรับปรุง IPV4 เป็น IPV6

หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันมาตรฐานไอพีแอดเดรสที่ใช้กันทุกวันนี้คือ โพรโทคอลอินเทอร์เน็ตรุ่นที่สี่ (IPv4) ซึ่งเป็นมาตรฐานในการส่งข้อมูลในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๘๑ ทั้งนี้การขยายตัวของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในช่วงที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว และจำนวนหมายเลขไอพีแอดเดรส ของ IPv4 กำลังจะถูกใช้หมดไป ไม่เพียงพอกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตในอนาคต ซึ่งหากเกิดขึ้นก็หมายความว่าเราจะไม่สามารถเชื่อมต่อเครื่อข่ายเข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นได้อีก ดังนั้นคณะทำงาน IETF (The Internet Engineering Task Force) จึงได้พัฒนาโพรโทคอลอินเทอร์เน็ตรุ่นใหม่ขึ้น คือ โพรโทคอลอินเทอร์เน็ตรุ่นที่หก (IPv6) เพื่อทดแทนโพรโทคอลอินเทอร์เน็ตรุ่นเดิม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของตัวโพรโทคอล ให้รองรับไอพีแอดเดรสจำนวนมาก และปรับปรุงคุณลักษณะอื่นๆ อีกหลายประการ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและความปลอดภัยรองรับระบบแอพพลิเคชั่น ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลแพ็กเก็ตให้ดีขึ้น ทำให้สามารถตอบสนองต่อการขยายตัวและความต้องการใช้งานเทคโนโลยีบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ตามที่คณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ ได้มีมติให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการเพื่อผลักดัน ส่งเสริม เร่งรัด และติดตามผลการดำเนินงาน IPv6 ในประเทศไทย และมอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นหน่วยงานหลักทำหน้าที่ในการกำกับดูแล บริหารจัดการตามแผนปฏิบัติการเพื่อผลักดัน ส่งเสริม เร่งรัด และติดตามผลการดำเนินงาน IPv6 ในประเทศไทยให้เป็นวาระแห่งชาติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนา IPv6 มีความต่อเนื่องและการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์ประสานงานและปฏิบัติการ IPv6 ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ ทำให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมไปถึงสถานศึกษา จะต้องเร่งดำเนินการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการขยายตัวของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและสอดคล้องตามมติคณะรัฐมนตรี

ดังนั้นบริษัท ซีวายเอ็น คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้าน IT มากว่า 10 ปี ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องแผนปฏิบัติการเพื่อผลักดัน ส่งเสริม เร่งรัด และติดตามผลการดำเนินงาน IPv6 ในประเทศไทย 2550 ตามมติคณะรัฐมนตรีจึงขอนำเสนออุปกรณ์ Peplink Router balance ที่รองรับ IPv6 และมีประสิทธิภาพสูง

 

ข้อดี IPv6

ข้อได้เปรียบของIPv6 ต่อ IPv4 ที่เด่นชัดคือ ขนาดของ Address space ที่มีขนาดใหญ่ทำให้มีจำนวน IP Address ที่สามารถนำมาใช้กับอุปกรณ์เครือข่ายได้อย่างมากมายและเพียงพอกับการขยายตัวของเครือข่ายในอนาคตทั้งสามารถรองรับความต้องการใช้หมายเลขไอพีโดยไม่จำกัด เนื่องจากวัตถุประสงค์พื้นฐานในการออกแบบให้มีหมายเลขไอพีได้จำนวนมหาศาล เพื่อแก้ปัญหาที่พบใน IPv4 ซึ่งขณะนี้มีหมายเลขไอพีไม่เพียงพอที่จะแจกจ่ายให้แก่ผู้บริการเครือข่าย (Service Provider) ใดๆ ได้อีกแล้ว ผลที่ตามมาก็คือไม่สามารถมีผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหม่เกิดขึ้นได้ภายใต้การใช้อินเทอร์เน็ตโพรโทคอลเวอร์ชั่นเก่า รวมทั้งผู้บริการที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ไม่สามารถขยายการบริการที่มีอยู่ได้ หากได้ใช้หมายเลขไอพีที่ได้รับมาตั้งแต่ต้นหมดแล้ว

จากปัญหาการขาดแคลนหมายเลขไอพีดังกล่าวทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้ IPv4 ในปัจจุบันนี้ไม่สามารถขยายตัวได้โดยการใช้หมายเลขไอพีจริงๆ แต่อาศัยการใช้การบริการของการแปลงหมายเลขไอพี (Network Address Translation: NAT) เท่านั้น โดยการใช้ Private IP Address สำหรับภายในองค์กร โดยที่ NAT ได้ถูกออกแบบมาเพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนหมายเลขไอพีในระยะเริ่มต้น เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและขณะนี้ได้รับการพัฒนาให้สามารถบริการบางอย่างเพิ่มขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม NAT เอง เป็นปัจจัยสำคัญในการปิดกั้นการพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในรูปแบบใหม่ๆ หรือการบริการบางอย่างที่ไม่สามารถทำงานได้ดีภายใต้ข้อจำกัดของ NAT

ถึงแม้ว่าจะมีการนำ NAT มาใช้เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนหมายเลขไอพีกันอย่างกว้างขวางก็ตาม เครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายใต้การใช้หมายเลขIPv4 ก็ไม่สามารถดำรงได้ในอนาคตแน่นอน เนื่องจากจุดอ่อนในการทำงานของ NAT นั้นคือ NAT ทำการแปลงหมายเลขไอพีที่เป็น Private IP Address เป็นหมายเลขไอพีจริง (Public IP Address) ที่ได้รับการจัดสรรสำหรับแต่ละองค์กร ถึงแม้ว่าหมายเลขไอพีชนิด Private Address นี้เพียงพอให้เลือกใช้งานได้ภายในองค์กรใดๆ ก็ตาม (เลือกใช้ได้จากกลุ่มหมายเลขระหว่าง 10.0.0.0 – 10.255.255.255 จำนวน 16,777,216 หมายเลข หรือจาก 172.16.0.0 – 172.31.255.255 จำนวน 1,048,576 หมายเลข และจาก 192.168.0.0 – 192.168.255.255 จำนวน 65,536 หมายเลข) โดยที่ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกใช้หมายเลขไอพีดังกล่าวนี้ให้กับอุปกรณ์ทุกตัวในองค์กรได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้หมายเลขไอพีจริงๆ ที่มีจำนวนจำกัดในแต่ละองค์กร แต่ในการทำงานของระบบเครือข่ายและโปรแกรมเครือข่ายนั้น จะต้องใช้ไอพีจริงในการติดต่อกับอุปกรณ์และโปรแกรมเป้าหมายที่อยู่ภายนอกองค์กรเสมอ ซึ่ง NAT ได้ให้บริการนั้นคือทำการแปลง Private IP Address ของแต่ละอุปกรณ์ไปเป็น Public IP Address ให้กับทุกบริการที่ต้องการติดต่อกับภายนอก และโดยรูปแบบการทำงาน คู่ของหมายเลขไอพีดังกล่าวจะยังคงเก็บไว้และใช้งานอยู่ตราบเท่าที่การทำงานของโปรแกรมที่เรียกใช้ยังคงอยู่ และเมื่อมีความต้องการใช้งานจากโปรแกรมหรืออุปกรณ์อื่นๆ ก็จะทำการในลักษณะเดียวกัน ดังนั้นจะเห็นว่า Public IP Address ต้องใช้ร่วมกันระหว่างผู้ใช้ ทั้งหมดภายในองค์กรและเมื่อจำนวนความต้องการหรือผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นมาก จนทำให้การใช้ทรัพยากรหมายเลขไอพีจริง (ที่มีจำกัด) เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย และกลายเป็นปัญหาในการใช้งาน หรือคอขวดของการใช้หมายเลขไอพีจริงตามมา

วัตถุประสงค์หลักในการออกแบบ IPv6 นั้นนอกจากเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวข้างต้น โดยที่หมายเลขไอพีจำนวนมหาศาลนี้สามารถกำหนดให้แต่ละอุปกรณ์เครือข่ายใช้หมายเลขไอพีจริงได้โดยไม่ต้องทำการแปลงไอพีด้วย NAT ยังออกแบบให้มีการนำค่าหมายเลขไอพีมาใช้สำหรับการบริการอย่างอื่นที่ไม่สามารถทำได้ในการใช้ IPv4 อีกด้วย เช่น บริการของ Secure Neighbor Discovery (SEND) ที่ใช้รูปแบบบริการเฉพาะของ IPv6 ที่เรียกว่า Cryptographically Generated Address (CGA) เพื่อการสร้างความปลอดภัยในการใช้หมายเลขไอพีให้กับเครือข่ายภายใน ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถทำได้ใน IPv4

นอกเหนือจากจุดเด่นที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีจุดเด่นอื่นๆ อีก เช่น การประมวลผลในการนำส่งแพ็กเก็ตผ่านเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพมากกว่าในระบบของ IPv4 ทั้งนี้เนื่องจากเหตุผลที่ขนาดของ IPv6 Addressใหญ่กว่า IPv4 Address มาก ทำให้ต้องมีการปรับปรุงรูปแบบของ IP แพ็กเก็ตด้วย และในการปรับแต่งนี้ ผู้ออกแบบ IPv6 ได้ทำการปรับปรุงข้อมูลและวิธีการประมวลผล IP แพ็กเก็ต ไปด้วยในขณะเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำส่ง IP แพ็กเก็ต ของอุปกรณ์เครือข่าย โดยเฉพาะในอุปกรณ์ เราท์เตอร์ และปรับปรุงรูปแบบการหาเส้นทางของแพ็กเก็ตระหว่างเครือข่ายด้วย

นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆ ที่ได้จากการใช้ IPv6 อีกหลายประการ ทั้งนี้ไม่ใช่ประโยชน์โดยตรงจากสถาปัตยกรรมของหมายเลขไอพี แต่เป็นผลพลอยได้จากการออกแบบอินเทอร์เน็ตโพรโทคอลรุ่นใหม่ ที่ได้ออกแบบหลังจากมีการใช้งานเครือข่ายโดยการใช้ IPv4 มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ดังนั้นปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการใช้งานเครือข่ายรุ่นนี้จึงได้รับการแก้ไขหรือเป็นแนวทางในการสร้างเครือข่ายรุ่นใหม่โดย หลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านั้นซึ่งอาจจะไม่สามารถแก้ไขได้โดยง่ายโดยการปรับปรุง IPv4 โดยตรง ปัญหาเหล่านั้นคือ ความปลอดภัยในระดับชั้นเครือข่าย (Network Layer Security) การใช้งานบนเครือข่ายเคลื่อนที่ (Mobile IP) และคุณภาพของบริการ (Quality of Service: QoS) เป็นต้น

 

สนใจติดต่อสอบถาม Office 02-437-1210  email: [email protected]

ข้อมูลทางเทคนิค

081-8100-292 (ขาย)

089-422-9929 (บอล)